เมื่อค่ายใหญ่สมาทร์โฟนรุกตลาดผลิตชิ้นส่วนอย่างพากันประสบความสำเร็จ

นับเป็นปีที่ทำยอดขายไปได้สวยสำหรับซัมซุง

เมื่อสามารถขยับผลประกอบการ ในส่วนของยอดขายในไตรมาศที่3ของปี2018ไปได้สูงถึง65ล้านล้านวอน ซึ่งเป็นที่รับรู้กันว่านอกจากแอปเปิลที่เป็นเจ้าตลาดของวงการแล้ว แต่ว่าในบทบาทของซัมซุงที่เป็นดั่งเรือธงของระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ซึ่งเน้นในด้านฟีเจอร์ทันสมัยใหม่ๆของฮาดร์แวร์และย้ำไปในด้านความแรงเร็วของตัวเครื่องนั้น ถือว่าเป็นคู่แข่งสำคัญเลยทีเดียว
โดยเฉพาะแต่ไหนแต่ไรมาซัมซุงมีจุดแข็งที่การหว่านช่องทางค้าขายไปในทุกเซคชั่นของตลาด มีทั้งอุปกรณ์หลากหลากประเภทและแม้แต่ในอุปกรณ์สมาทร์โฟนก็ยังผลิตออกมาหลากหลายรุ่น เจาะตลาดตั้งแต่รุ่นประหยัดไปจนกระทั่งระดับไฮเอนด์หนำซ้ำยังมีการแยกประเภทไว้สำหรับคนทำงานคนเล่นเกมคนชอบถ่ายรูปและอื่นๆ และล่าสุดเมื่อนับตั้งแต่ซัมซุงได้ทุ่มลงแข่งขันในอุตสาหกรรมการผลิตชิ้นส่วนสำคัญให้กับค่ายผู้ผลิตอื่นๆ เช่นเดียวกันกับแผนกลยุทธของทางค่ายโซนี่ที่สามารถพลิกฟื้นกิจการกลับขึ้นมาผงาดได้อย่างสง่างามด้วย ยุทธศาสตร์นี้ ซัมซุงก็ได้เจอกับความสำเร็จที่มีทิศทางน่าอุ่นใจขึ้นมาอีกมาก ซึ่งด้วยการเพิ่มช่องทางธุรกิจในด้านนี้ส่งผลให้ธุรกิจการค้าของซัมซุงขยับเติบโตในปีนี้อยู่ที่5%เลยทีเดียว ซึ่งถือเป็นปริมาณที่ถือว่าน่าพอใจเป็นอย่างมาก สำหรับกิจการระดับยักษ์ที่ใช้เงินทุนระดับมหาศาลให้สามารถถูกผลักขยับขับเคลื่อนได้ ในขณะที่ค่ายยักษ์อื่นๆหลายค่ายยังอยู่ในช่วงที่พากันคาดหวังว่าไม่ขาดทุนก็ถือเป็นความสำเร็จ

อีกทั้งซัมซุงไม่ใช่โตอย่างไม่ขาดทุนแต่เพียงอย่างเดียว แต่ยังปูด้วยเส้นทางสดใส ซึ่งยากที่ค่ายอื่นใดจะหันมาตามได้ง่ายๆหากไม่ได้อาศัยระยะเวลาซุ่มผลักดันมาก่อนหน้า นอกจากนี้ในจำนวนยอดขายที่ทำได้ 65ล้านล้านวอนนี้ยัง มีสัดส่วนเฉพาะของผลกำไรถึง 17.5ล้านล้านวอนเลยทีเดียว และประเมินเป็นอัตตราเติบโตของผลกำไรสูงถึง20% ซึ่งแม้ทางซัมซุงจะไม่เผยออกมาให้เกิดความชัดเจนว่า การเติบโตที่ได้นั้นมาจากสายธุรกิจในด้านใด แต่เป็นที่น่าเชื่อเหลือเกินว่า น่าจะเป็นผลจากสายการผลิตชิ้นส่วน เพราะในสายของการผลิตอุปกรณ์สมาทร์โฟนนั้น ถือว่าเป็นปีที่ไม่ได้เกิดกระแสการเปลี่ยนแปลงถึงขั้นมีภาวะบูมตลาดแต่อย่างใด นอกเสียจากการต่อยอดอาศัยจุดแข็งของนวัตกรรมการผลิตหน้าจอและหน่วยความจำ ซึ่งเป็นอะไหล่พื้นฐานที่จำเป็นต่อสมาร์ทโฟน แทบทุกยี่ห้อในโลก และยังถือเป็นชิ้นส่วนในจุดที่ทางค่ายโซนี่ยังไม่ได้ถือว่ามีความเหนือชั้นจนถึงขั้นผูกขาดตลาดแต่อย่างใด
ในขณะที่ทางค่ายแอปเปิลเองก็ยังคงเน้นในความเชื่อการหวงแหนนวัตกรรมของตนไว้ใช้เองในหลายจุดเพื่อเป็นจุดเด่นข้อเอกลักษณ์ของตน แม้จะอดใจไม่ไหวกับความเย้ายวนของตลาดการผลิตชิ้นส่วน และเริ่มเปิดใจให้กับตลาดการสร้างซีพียูก็ตาม
แต่ทั้งหมดนี้เชื่ออย่างมากว่าเราจะได้เห็นหลายๆค่ายเริ่มมีบทบาทแข่งขันกันในอุตสาหกรรมผลิตชิ้นส่วน ในสถานการณ์ที่มีคนหลายกรุ๊ปคาดกันว่าตลาดสมารท์โฟนใกล้ถึงจุดอิ่มตัวที่ยากจะมีอะไรแปลกใหม่แล้ว แม้กระนั้นการงัดนัวตกรรมของค่ายใหญ่มาผลิตชิ้นส่วนขายให้ค่ายอื่นจึงเป็นทางทำเงินที่ต่อยอดได้อีกระยะใหญ่

Author: oh

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *